การออกแบบห้องทํางาน การเลือกห้องทำงาน การจัดห้องทำงาน

การออกแบบห้องทํางาน
การออกแบบห้องทํางาน
การออกแบบห้องทํางาน

การออกแบบห้องทํางาน การเลือกห้องทำงาน การจัดห้องทำงาน คนเราโดยปกติแล้ว ต้องใช้ชีวิตอยู่กับ การทำงาน ในสถานที่ทำงาน หรือหน่วยงานต่างๆ วันหนึ่งๆ ประมาณ 8 ชม. เป็นอย่างน้อย ห้องทำงานทั้งในออฟฟิศหรือห้องทำงานภายในบ้าน ถือเป็นมุมส่วนตัวที่คนวัยทำงานให้ความสำคัญ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตรวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน ออกแบบตกแต่งภายในจัดวางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เหมาะสม ไม่เพียงอำนวยความสะดวกในการทำงานเท่านั้น แต่ยังสร้างบรรยากาศทำให้ห้องทำงานสวยงามอย่างลงตัว และยังสามารถสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี

 

การเลือกห้องทำงานมี หลักดังต่อไปนี้ ออกแบบบริเวณบ้าน

1. เราควรเลือกห้องที่มีอากาศถ่ายเท หมุนเวียนตลอดเวลาโดยมีช่องเปิด เช่น หน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ อย่างเพียงพอ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของพื้นที่ห้อง
2. ห้องต้องมีแสงสว่างพอเพียงกับการทำงานไม่จ้าเกินไป หรือน้อยเกินไป คือควรมีแสงสว่างไม่ต่ำกว่า 30-40 ฟุต แรงเทียน
3. เนื่องจากการทำงานต้องใช้สมาธิมากห้องทำงานต้องมีความสงบเงียบ ปราศจาก เสียงรบกวน ซึ่งควรมีเสียงดังไม่เกิน 30 เดซิเบล
4. กลิ่นนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดการรบกวนประสาทสัมผัส ดังนั้นห้องทำงาน จึงไม่ควรอยู่ใกล้กับแหล่ง ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นเน่าเหม็น กล่นสารเคมี เป็นต้น
5. ในห้องทำงานไม่ควรมีควันฝุ่นเพราะสิ่งนี้ มีอันตราย โดยตรงต่อร่างกาย คือ ทำให้ร่างกาย อ่อนเพลีย อารมณ์เครียด และอาการเจ็บป่วย

ข้อแนะนำในการจัดตกแต่งห้องทำงาน ก่อนอื่น เราต้องคิดก่อนว่า ห้องทำงานนั้นจะใช้ทำกิจกรรมใดบ้าง เพื่อจะได้ออกแบบ และแต่งห้องได้เหมาะสม กับประโยชน์ใช้สอย ในกิจกรรมแต่ละประเภท ซึ่งได้แก่ หากเป็นงานประเภทขีดๆ เขียนๆ ควรจัดในห้อง ที่โปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก สีสันของห้อง ควรเป็นโทน สีกลางๆ เย็นตา มีอุปกรณ์ เครื่องใช้ ประเภท โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ โต๊ะพิมพ์ดีด ที่สูงไม่เกิน 72 เซนติเมตร ไว้วาง เครื่องพิมพ์ดีด

ห้องสำหรับงานฝีมือ อาจจัดเพียงมุมใดมุมหนึ่งของห้อง ห้องทำงานประเภทนี้ควรมีลักษณะสีสัน นุ่มนวล สวยงาม พื้นทำความสะอาด ได้ง่าย และไม่ควรทำให้พื้นเป็นรอยสกปรก เพราะเมื่อเข็ม หรืออุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ หล่นไปจะได้ หาไม่ยาก ควรมีโต๊ะอย่างน้อย 2 ตัว ตัวหนึ่งบนโต๊ะควรปูด้วยพื้นพีวีซี เพราะจะทนต่อการถูกกรีด จากการตัดเย็บ อีกตัวหนึ่งสำหรับการตัดเย็บผ้าด้วยจักร และมีเก้าอี้ 2 ตัว เพราะการนั่งเย็บจักร กับการเย็บผ้าด้วยมือมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน

การทำงานฝีมือเป็นงานที่ละเอียด และต้องการ ความประณีตอย่างมาก ดังนั้นห้องจึงควรมี แสงสว่าง ที่เพียงพอ ไม่เกิดเงากัน คือถ้าทำงาน ฝีมือธรรมดา ควรมีแสงสว่างไม่ต่ำกว่า 50 ฟุตแรงเทียน และถ้าเป็น งานฝีมือที่ประณีตมากๆ ควรมีความสว่าง ไม่ต่ำกว่า 100-150 ฟุตแรงเทียน โดยอาจมีแสงไฟเป็นโคม หรือนีออน ติดในระดับตา ในกรณีแสงไม่พอ ในห้องเย็บจำเป็น ต้องมีที่เก็บของ เพื่อความ เป็นระเบียบ และหยิบใช้สะดวก คือ ควรมีหิ้งที่จะวางผ้า เป็นพับๆได้ มีที่วางกล่องเข็ม กระดุม ด้าย เทป ชอล์กเขียนผ้า และกระจก ลองแบบเสื้อที่สำหรับรีดผ้า และราวแขวนเสื้อ เป็นต้น

 

การจัดห้องทำงาน

1.ตำแหน่งโต๊ะทำงานควรมองเห็นประตูเข้าออกห้องอย่างชัดเจนเพื่อให้เห็นคนที่เดินเข้าออกจากห้องอย่าง ชัดเจน โดยไม่ควร อยู่ใกล้ประตูทางเข้านั้นจนเกินไปเพื่อให้เวลาคนเดินเข้ามาติดต่อ นั้นเราสามารถมองเห็นท่าทางของคนที่เข้าแล้ว ทำให้เราตั้งตัว หรือปรับอารมณ์ ความคิดที่จะพูดคุยกับคนที่เข้ามาติดต่อได้ทัน นอกจากนี้ตำแหน่งโต๊ะทำงานนั้น ไม่ควรหันหน้าเข้าหากำแพง เนื่องจากสภาพกำแพงนั้นทึบทำให้ความคิดนั้นไม่ โปร่งใส ทางที่ดีคือ ควรให้ตำแหน่งนั่งนั้นมองเห็นวิวภายนอก ที่กว้างไกล ก็จะช่วยเสริม เรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานให้ดีขึ้น

2.บริเวณประตูทางเข้าห้องไม่ควรมีสิ่งกีดขว้างเนื่องจากประตูทางเข้าเป็นทิศที่มีพลังงานเข้าห้องได้สูงสุด

3.ด้านหลังโต๊ะทำงานนั้น ควรเป็นกำแพงทึบมากกว่าเป็นพื้นที่โปร่งโล่งเนื่องจากสภาพทึบด้านหลังนั้นทำ ให้รู้สึกปลอดภัย เพราะมุมมองของสายตาคนไม่สามารถมองเห็นด้านหลังได้ ในทางตรงกันข้าม หากด้านหลังตำแหน่งนั่งนั้น ตรงกับประตูทางนั้น เมื่อเวลาที่คนเดินเข้าด้านออกประตูด้านหลังที่หนังก็จะทำให้เราตกใจเมื่อเกิดขึ้นบ่อย ครั้งก็จะทำให้เกิดความระแวง และสามารถสะสม จนติดเป็นนิสัยขี้ระแวงได้

4.แสงสว่างในห้องต้องเพียงพอเนื่องจากแสงสว่างนั้นจะช่วยกระตุ้นให้มีความรู้สึกกระฉับกระเฉงและมีพลังในการทำงาน ในทางกลับกันหากห้องทำงานมืดก็จะทำให้เกิดสภาพซึมเซาหรือเสื่อมในการทำงาน

5.โต๊ะทำงานที่ดีนั้น บริเวณขาโต๊ะควรเป็นขาโต๊ะที่ โปรงไม่ทึบแน่นตัน

ภาพโต๊ะทำงานที่มีสภาพโปร่ง รวมถึงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานที่มีขาโปร่งเช่นเดียวกัน ทำให้กระแสไหลเวียนมาถึงผู้นั่งโต๊ะได้ โดยห้องมีแสงสว่างเพียงพอและตำแหน่งนั่งหันหน้าสามารถมองเห็นคนเข้าออกห้องได้ดี

6.ตู้เก็บเอกสาร ควรเป็นตู้ที่มีหน้าบานตู้เนื่องจากตู้เอกสารที่ไม่มีหน้าบานนั้นจะทำให้กระแสอากาศที่ดีนั้น ไปกักเก็บตามซอกเอกสาร โดยเฉพาะตู้ที่มีเอกสารที่เรียงไม่เป็นระเบียบ ซึ่งถือว่าการไหลเวียนของสภาพอากาศในห้องนั้นไม่ดี ซึ่งหากตู้ที่มีหน้าบานตู้ ไม่ว่าจะเป็น กระจก เหล็ก ไม้นั้นก็จะช่วยกันสภาพอากาศในห้องไม่ให้เข้าไปสู่ตู้เปรียบเสมือนตู้นั้น เหมือนผนังเรียบจึง ทำให้สภาพอากาศนั้น ไหลเวียนได้ดี ซึ่งกรณีผู้อยู่อาศัยที่มีตู้เอกสารที่ไม่มีหน้าบานสามารถแก้ไขได้โดยการ เรียงของในตู้เอกสาร ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก็จะช่วยให้กระแสอากาศนั้นไหลเวียนได้ดีขึ้น

7.การวางของในห้องทำงาน ควรเป็นระเบียบเรียบร้อยซึ่งจะช่วยให้กระแสอากาศนั้นไหลเวียนภายในห้องได้ดี ซึ่งหลายคน อาจจะจัดห้องเรียบร้อยแต่บนโต๊ะทำงาน มีเอกสารวางเต็มไปหมดอย่างไม่เป็นระเบียบนั้นก็ควรทำ การจัดเรียงให้เป็นระเบียบ ด้วยเช่นเดียวกัน

8.เราไม่ควรมีคานหรือฝ้าหลุม เนื่องจากเมื่อกระแสอากาศไหลเวียนที่ปะทะกับคานจะโดนคาน บังคับให้กระแสกดต่ำลงมาใต้คาน ทำให้บริเวณใต้คานนั้น

9.ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศไม่ควรอยู่เหนือบริเวณที่นั่ง โดยเครื่องปรับอากาศที่ติดผนังนั้น เปรียบเสมือนสภาพคาน อย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน จึงไม่ควรไปนั่งทำงานใต้เครื่องปรับอากาศ

 

เทคนิคการจัดโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ย

1. ตามหลักฮวงจุ้ย ห้ามจัดโต๊ะทำงานให้หันตรงกับประตู หรือ ตรงข้ามกับประตู เพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคลาภเงินทอง รวมถึงบารมีไหลออกนอกห้องทำงานไป

2. เราควรรักษาความสะอาดของโต๊ะทำงานอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้รกหรือสกปรก

3. หลีกเลี่ยงมุมอับ เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว เราไม่ควรหันโต๊ะทำงานเข้าผนังครับ นอกจากจะสร้างความอึดอัดเวลานั่งทำงานแล้ว ยังเชื่อว่าเป็นมุมอับโชค ทำให้สมองไม่ปลอดโปร่ง

4. การจัดวางสิ่งของบนโต๊ะทำงานก็สำคัญเช่นกันครับ ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว แนะนำให้เราวางหนังสือหรือของที่ใช้ประจำๆ ไว้ทางซ้ายมือ ส่วนของแต่งห้องหรือกรอบรูปต่างๆ ให้ย้ายมาตั้งอยู่ฝั่งขวาแทน เพื่อเป็นกำลังใจที่ดีเวลาต้องนั่งทำงานเครียดๆ

5. อย่าจัดโต๊ะทำงานไว้ใต้คาน เพราะการมีอะไรมาอยู่เหนือศีรษะนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยจะเชื่อว่าเหมือนมีพลังงานมากดทับ ทำให้คิดงานไม่ออก สมองไม่แล้น จะทำอะไรก็ติดขัด ไม่มีความสุขในการทำงานนั่นเอง

 

เลือกโต๊ะทำงานยังไง ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

 

1. โต๊ะทำงานสี่เหลี่ยมผืนผ้า : โต๊ะทำงานที่พบบ่อยที่สุด ก็คงเป็นโต๊ะทำงานทรงสี่เหลี่ยมเนี้ยแหล่ะครับ ที่นอกจากจะจัดวางง่ายแล้ว ยังช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานของคุณให้มีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับงานที่ได้รับมอบหมาย

2. โต๊ะทำงานทรงกลม : ใครจะไปเชื่อ!! แค่เราเปลี่ยนมาใช้โต๊ะทำงานทรงกลมก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดริเริ่มสรรค์สร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ ซึ่งหลายครั้งที่เรามักเห็นโต๊ะกลมถูกวางอยู่ในห้องประชุม เพื่อให้ทุกๆ คนหันหน้าเข้าหากัน เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนนำไปสู่ความสำเร็จนั่นเองครับ

3. โต๊ะทำงานแบบโค้ง : นอกจากจะช่วยให้คุณมีสมาธิที่แน่วแน่ตั้งใจแล้ว ตามหลักฮวงจุ้ยยังเชื่อว่า ส่วนเว้าส่วนโค้ง  มีส่วนช่วยปัดสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามา ทำให้เราประสบความสำเร็จในการทำงาน

 

สีของโต๊ะทำงาน ตามหลักฮวงจุ้ย

1. โต๊ะทำงานสีขาว : ความเชื่อแล้วจะช่วยกระตุ้นความคิดและผ่อนคลายสมองจากความอ่อนล้าในการทำงาน แถมยังช่วยให้ห้องทำงานของเราดูกว้าง สว่างสดใสเหมาะแก่การใช้ความคิด

2. โต๊ะทำงานสีดำ : ตามหลักฮวงจุ้ยห้องทำงานแล้ว สีดำ จะช่วยปรับพลังงานต่างๆ ในห้องทำงานให้เคลื่อนไหวช้าลง ทำให้ผู้ทำงานมีความคิดที่รอบคอบและแม่นยำขึ้น

3. โต๊ะทำงานสีน้ำตาล : เพิ่มความน่าเชื่อถือและดูภูมิฐานแก่ผู้ที่ใช้ ซึ่งเราอาจซื้อโต๊ะไม้ หรือ โต๊ะลามิเนตมาใช้ตกแต่งห้องทำงานของตนเองได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *