ทำความรู้จักอาชีพ
ทำความรู้จักอาชีพ

ทำความรู้จักอาชีพ มัณฑนากร นักออกแบบตกแต่งภายในอย่างเต็มรูปแบบ การนำความรู้และความคิดในด้านศิลปะ การออกแบบ การผลิตและการตลาดมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อทำการก่อสร้างให้สำเร็จสมบูรณ์ ซึ่งมัณฑนากรจะต้องดำเนินงานโดยการกำหนดรายละเอียดของส่วนประกอบ จัดวางแผนผังของแบบ รวมทั้งควบคุมดูแลการทำงานของช่างตกแต่งภายใน ตัวอย่างเช่น ออกแบบตกแต่งพื้นที่ภายในอาคาร บ้านพักอาศัย พื้นที่จัดแสดงสินค้าและนิทรรศการต่างๆ รวมไปถึงการจัดภายในตู้แสดงสินค้าของห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ภายในยานยนต์ ได้แก่ เรือ หรือเครื่องบินรถโดยสาร

ลักษณะของงานที่ทำ

มัณฑนากร หมายถึง ผู้ที่ทำการคิดและวางแผนการออกแบบตกแต่งภายในอาคาร สถานที่ทำงานหรือบ้านพักอาศัย ซึ่งมัณฑนากรจะต้องทำการดำเนินงานร่วมกับผู้ว่าจ้างในขั้นตอนต่างๆ โดยมีลักษณะงานดังนี้

  1. ทำการจดบันทึกรายละเอียดสำหรับทำการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจและให้เป็นที่สะดุดตามากที่สุด
  2. ทำการศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้าง และคำนวณงบประมาณราคาที่ต้องใช้สำหรับการดำเนินงานออกแบบตกแต่งภายในทั้งหมด โดยจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพที่เหมาะสมของวัสดุ เพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยและตรงตามเป้าหมายการใช้งานภายในอาคาร
  3. นำเสนองบประมาณและแบบแผนที่วาด ให้ลูกค้าทำการพิจารณาและแก้ไขดัดแปลงเพิ่มเติม
  4. หลังจากที่แบบได้รับการแก้ไขจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงจะสามารถส่งแบบต่อไปให้กับช่างเพื่อทำการดำเนินงานตามโครงสร้างที่ได้วางแผนไว้ ตัวอย่างเช่น ช่างเชื่อมเหล็ก หรือช่างไม้ เป็นต้น
  5. ทำการดำเนินและประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงระบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างงานออกแบบตกแต่งภายใน
  6. ให้คำแนะนำและพูดคุยปรึกษากับช่างเกี่ยวกับแบบแผนของงานออกแบบ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานให้ออกมาตรงตามเงื่อนไขสัญญาที่กำหนดไว้

การทำงาน

โดยปกติแล้วการทำงานออกแบบของมัณฑนากร จะต้องปฏิบัติงานภายในรวมไปถึงภายนอกสำนักงาน ซึ่งในการดำเนินงานบางครั้งอาจจำเป็นต้องนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาระยุกต์ใช้เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับงานออกแบบตกแต่งภายในอาคารและสถานที่ ให้มีความสะดวกและง่ายดายมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

คุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถประกอบอาชีพมัณฑนากร ได้แก่

  1. มีคุณวุฒิการศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการตกแต่งภายใน ระดับปริญญาตรี
  2. มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นเอกลักษณ์ และมีความรอบคอบในการทำงาน
  3. มีความสามารถในการนำวัสดุต่างๆภายในประเทศมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
  4. มีทักษะในการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบ
  5. มีระเบียบวินัยในตนเอง และมีความเข้าใจเกี่ยวกับการบริการทางธุรกิจ
  6. มีความสามารถในทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถทำงานเป็นทีมได้ รวมทั้งมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน
  7. มีวิสัยทัศน์ และมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาความสามารถและความรู้ของตนเอง
  8. ต้องรู้และศึกษาแหล่งข้อมูลสำหรับการซื้อวัสดุและวัตถุดิบต่างๆ
  9. สามารถออกแบบตกแต่งภายในได้อย่างถูกต้องตามหลักการและตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านของความปลอดภัยและงบประมาณราคาที่เหมาะสม

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ

โอกาสความก้าวหน้าสำหรับอาชีพมัณฑนากรในภาครัฐบาลนั้น คือจะตำแหน่งจะถูกเลื่อนขั้นขึ้นตามฝีมือและความสามารถของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่สังกัดอยู่ ออกแบบบ้าน จนอาจเลื่อนได้ถึงตำแหน่งของผู้อำนวยการหากนักมัณฑนากรทำการพัฒนาผลงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนมัณฑนากรอิสระก็สามารถทำการประกอบธุรกิจส่วนตัว และขยายกิจการให้เติบโตได้มากขึ้นได้เรื่อยๆตามความสามารถ

ความแตกต่างระหว่างสถาปนิกและมัณฑนากร

สถาปนิก เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการออกแบบการก่อสร้างทั้งภายนอกและภายในตัวอาคาร  ที่จำเป็นต้องพิจารณาการออกแบบโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมรวมทั้งรูปแบบของอาคาร ให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับทิศทางของแดดลมฝน สภาพอากาศ และเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น การออกแบบพื้นที่สัญจร พื้นที่โล่ง พื้นที่ใช้สอย หน้าต่าง ประตู หรือระยะยื่นของชายคา เป็นต้น ซึ่งถึงแม้ว่าสถาปนิกจะไม่ได้มีหน้าที่ในการออกแบบวางผังเฟอร์นิเจอร์สำหรับการตกแต่งภายในโดยตรง แต่หลักการจัดวางเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเรียนรู้ไว้เพื่อที่จะสามารถทำการวางตำแหน่งของปลั๊กและสวิทช์ไฟต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์กับเฟอร์นิเจอร์และการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้

ส่วนมัณฑนากร เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการออกแบบตกแต่งภายในตัวอาคารต่อจากสถาปนิก โดยจะต้องทำการออกแบบและวางผังสำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง การเลือกใช้สี การตกแต่งผนัง การเลือกใช้วัสดุปิดผนัง รวมไปถึงการตกแต่งห้องด้วยวัสดุต่างๆให้มีความสวยงาม ได้แก่ การเลือกใช้พรม โคมไฟ ผ้าม่าน ตู้และเคาน์เตอร์ แต่สำหรับในบางกรณีอาจต้องทำการรื้อเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างภายในให้มีความเหมาะสมกับการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ตัวอย่างเช่น การรื้อฝ้าเพื่อสร้างรูปแบบเล่นระดับ ทำไฟซ่อน หรือรื้อเพื่อสร้างห้องน้ำในรูปแบบใหม่ เป็นต้น การจ้างสถาปนิกให้ทำการออกแบบร่วมกับมัณฑนากรจึงเป็นวิธีที่สามารถลดปัญหา ช่วยให้งานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้ง่ายดาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

ความละเอียดของสเกลงานระหว่างอาชีพมัณฑนากรและสถาปนิก

อาชีพมัณฑนากร เป็นอาชีพที่มีหน้าที่ออกแบบงานตกแต่งภายในโดยการรวบรวมและนำความคิดข้อเสนอต่างๆของลูกค้า มาออกแบบให้ได้ผลงานที่ตรงกับความต้องการและเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด จึงเป็นงานที่มีความละเอียดของสเกลงานมากกว่าสถาปนิก ยิ่งถ้าหากเป็นงานออกแบบตกแต่งภายในบ้านเรือนแล้ว รูปแบบของงานมักจะต้องการความละเอียดอ่อนมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาได้ตรงกับรสนิยมส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด

ส่วนอาชีพสถาปนิก เป็นอาชีพที่มีหน้าที่ออกแบบอาคารโดยการสอบจากถามความต้องการ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการใช้งานจากนายจ้าง แล้วจึงนำมาออกแบบสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมามีความเหมาะสมต่อผู้ใช้อาคารมากที่สุด ซึ่งในการออกแบบสถาปนิกจะต้องพิจารณาทั้งในด้านของประโยชน์ใช้สอย ความสวยงาม และทิศทางของลมแดด หลังจากนั้นจึงจะทำการนำเสนอผลงานแก่ลูกค้าและนำไปพัฒนาทำแบบก่อสร้างต่อไป ในขั้นตอนสุดท้ายสถาปนิกจะต้องนำแบบขอนุญาติ ที่ประกอบด้วยแบบสถาปัตยกรรมและแบบวิศวกรรมโครงสร้างไปยื่นขออนุญาตปลูกสร้างกับทางราชการ แล้วจึงจะสามารถทำการก่อสร้างได้โดยทำงานร่วมกับทีมวิศวกรที่มีหน้าที่ในการออกแบบและคำนวณสัดส่วนโครงสร้างให้สำหรับงานก่อสร้าง

ในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง จนส่งผลให้อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบด้านการเงินที่ต้องนำมาใช้ในการลงทุนก่อสร้าง ผู้ประกอบอาชีพด้านการออกแบบจึงต้องทำการเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อออกแบบสร้างสรรค์ผลงานให้มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ หรือของเล่นอุปกรณ์การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เป็น

 

มัณฑนากร (นักออกแบบภายใน)
วางแผน ออกแบบ ตกแต่งพื้นที่ภายในอาคาร เช่น บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน
ในแต่ละวันทำอะไร?
1. ให้คำแนะนำลูกค้าในการออกแบบภายใน
2. คำนวณงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับการออกแบบภายใน เช่น ราคาเฟอร์นิเจอร์ ราคาวัสดุ
3. ใช้ซอฟต์แวร์ร่างแบบด้วยคอมพิวเตอร์ (CAD) เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินความต้องการก่อนการตกแต่งจริง
4. ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร และช่างประปา
5. ตรวจสอบงานก่อสร้างบนไซต์งาน เพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามแบบ
เรียนต่อ
– คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
– ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม
รายได้
20,000 – 45,000 บาท/เดือน
ไลฟ์สไตล์การทำงาน
การประสานงานหรือนำผู้อื่น
บ่อยครั้ง
การเจอทีม
ทุกวัน
การพบปะพูดคุยกับผู้รับบริการ
บ่อยครั้ง
การอยู่ห้องแอร์
ทุกวัน
อิสระในการตัดสินใจ
สูง
ความแม่นยำในการทำงาน
สูง
การแข่งขัน
สูง
ความขัดแย้ง
ปานกลาง
ลักษณะเวลาทำงาน
เวลาทำงานเป็นกิจวัตร (Regular)
ระยะเวลาที่ใช้ในการทำงาน
มากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ต้องใช้ทักษะและความรู้อะไรบ้าง?
ทักษะ
• การฟังอย่างลึกซึ้ง
การใส่ใจกับสิ่งที่ผู้อื่นกำลังพูดอย่างเต็มที่ จับประเด็นสำคัญ สอบถามในเวลาที่เหมาะสม และไม่ขัดจังหวะในการพูด
• การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
การใช้เหตุผลหรือตรรกะในการระบุจุดแข็ง และจุดอ่อนของทางเลือกต่าง ๆ ที่มี เพื่อหาข้อสรุปของแนวคิดในการแก้ไขปัญหา
• การอ่านจับใจความ
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับใจความสำคัญของประโยค และย่อหน้าในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
• การเขียน
การเขียนประเด็นสำคัญผ่านการเลือกใช้คำ ระดับภาษา และวิธีการเล่าเรื่องให้เข้ากับผู้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• การประสานงาน
การรวบรวมข้อมูลข่าวสาร และติดต่อประสานงาน เพื่อให้งานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
• การบริการ
การมีความกระตือรือร้น ใส่ใจ เพื่อหาหนทางช่วยเหลือผู้รับบริการให้พึงพอใจ
ความรู้
• การบริการลูกค้า
ความรู้เกี่ยวกับการประเมินปัญหาและความต้องการของลูกค้า การบริการ การประเมินความพึงพอใจ และการปรับปรุงการให้บริการแก่ลูกค้า
• อาคาร และการก่อสร้าง
ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ วิธีการ และเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน อาคาร หรือโครงสร้างอื่น ๆ
• ภาษาไทย
ความรู้เกี่ยวกับหลักภาษาไทย รวมถึงความหมาย การสะกดคำ หลักเกณฑ์การเขียน และไวยากรณ์ของภาษา
• ศิลปกรรม
ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎี และเทคนิคที่จำเป็นในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ประเภทต่าง ๆ (เช่น ดนตรี ละคร การเต้น จิตรกรรม ประติมากรรม)
• การขายและการตลาด
ความรู้เกี่ยวกับการทำความเข้าใจพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภค การตลาด และการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ
• การบริหาร และการจัดการ
ความรู้เกี่ยวกับการรวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจัดระบบขั้นตอนการผลิตสินค้าและบริการ การจัดการบุคลากรและทรัพยากรขององค์กร

5 เหตุผลที่งานออกแบบตกแต่งภายในขาดมัณฑนากรไม่ได้

ออกแบบตกแต่งภายใน ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการทั้งภาครัฐและเอกชน งานออกแบบตกแต่งภายในเป็นสิ่งที่ตอบสนองการใช้งานพื้นที่ และเปรียบเสมือนการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ รวมถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรที่สะท้อนผ่านงานตกแต่งภายใน ทั้งนี้งานดังกล่าวจะสำเร็จลุล่วงตามเป้าประสงค์ได้ ขึ้นอยู่กับมัณฑนากรหรือนักออกแบบตกแต่งภายใน

5 เหตุผลที่งานออกแบบตกแต่งภายในต้องมี “มัณฑนากร”

1. ความสวยงามและการใช้งาน

หัวใจสำคัญของงานออกแบบตกแต่งภายในคือ ความสวยงามและประโยชน์การใช้งาน เป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของมัณฑนากรในการสร้างสรรค์ขึ้น ผ่านความรู้ ความเข้าใจในงานศิลปะ การจัดวางพื้นที่จนไปถึงหลักการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานสัดส่วนของมนุษย์ (หลัก Human Scale) ส่งผลให้งานออกแบบตกแต่งภายในจำเป็นต้องมีมัณฑนากรเพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ให้สวยงามและตอบโจทย์ลักษณะการทำงาน

2. ออกแบบพื้นที่ได้ตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง

มัณฑนากรมีหน้าที่สานต่อความต้องการของผู้ว่าจ้างสู่งานออกแบบตกแต่งภายใน ด้วยการเริ่มต้นรับรายละเอียดความต้องการของผู้ว่าจ้าง  จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์และนำเสนอแบบแผน ซึ่งลักษณะงานดังกล่าวที่ผ่านกระบวนการพูดคุย กลั่นกรองแนวคิด และทบทวนความต้องการของผู้ว่าจ้าง ทำให้งานออกแบบของมัณฑนากรตอบโจทย์ตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง

3. มัณฑนากรมีความเข้าใจพื้นที่

ความเข้าใจของพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญของการออกแบบภายใน หากเข้าใจพื้นที่จะสามารถผลักดันศักยภาพในการใช้งานพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเหมาะสมกับผู้ใช้พื้นที่ โดยมัณฑนากรจะวิเคราะห์ข้อมูล และออกแบบตอบสนองการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ อาทิ ผู้ใช้งานห้องประชุม Board room ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร ดังนั้นงานตกแต่งภายในนอกจากการใช้งานแล้ว ต้องสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยของระดับผู้บริหาร เพราะถือเป็นหน้าตาขององค์กร เป็นต้น

4. ความเชี่ยวชาญในการออกแบบตกแต่งภายใน

การออกแบบตกแต่งภายในถือเป็นงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เนื่องจากมีรายละเอียดและองค์ประกอบจำนวนมาก ทั้งโครงสร้าง การเลือกใช้วัสดุและสีสันให้เหมาะกับพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างห้องประชุม ซึ่งทุกวัสดุที่เลือกใช้เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของห้องทั้งสิ้น โดยผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงค่าอะคูสติก การทำงานร่วมกับระบบโสตทัศนูปกรณ์จนถึงการแสดงอัตลักษณ์ขององค์กร ดังนั้นความเชี่ยวชาญจากมัณฑนากร จึงมีส่วนสำคัญในการออกแบบตกแต่งภายในห้องประชุม

5. มาตรฐานของงานออกแบบภายใน

มัณฑนากรมีหน้าที่ในการควบคุมการออกแบบภายในให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยมีสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย TIDA  ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติอย่างมืออาชีพ สำหรับสมาชิกทุกคนรวมถึงนักออกแบบตกแต่งภายใน สถาปนิกภายใน นักวิชาการ และบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน / สถาปัตยกรรม ดังนั้นการมีมัณฑนากรในงานออกแบบภายใน จึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างมาตรฐานและความมั่นใจให้กับโครงการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *