สรุปจบชัดๆ
สรุปจบชัดๆ

สรุปจบชัดๆ แบบก่อสร้าง บ้าน คืออะไร หลายคนคงกำลังกังวลกันอยู่ใช่มั้ย ไหนจะเรื่องก่อสร้าง สัญญา ผู้รับเหมา และอีกเรื่องคือแบบก่อสร้างบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้านซื้อมา หรือจ้างสถาปนิก-วิศวกรออกแบบ หรือแบบบ้านเเจกฟรีเพื่อใช้ก่อสร้าง แบบทั้งหมดที่บอกมานี้มีอะไรที่เราควรรู้เพื่อเป็นประโยชน์กับเรา โดยเฉพาะเวลาติดตามงานและดูแลการก่อสร้าง วันนี้เเหละทุกอย่างจะได้รู้เเน่นอน

ก่อนอื่นเลยต้องรู้ว่าแบบก่อสร้างสำหรับการขออนุญาตก่อสร้างจะต้องมี…

1.รูปแสดงผังบริเวณที่เเสดงขอบเขตที่ดิน

– ไว้บอกว่าบ้านของเราอยู่ในตำเเหน่งไหนของเขตที่ดิน
– ไว้บอกระยะของตัวบ้านห่างจากเขตที่ดินเเต่ละด้านเท่าไหร่ และหันไปทางทิศใด

2.แบบเเสดงรายละเอียดของเเต่ละชั้นและรูปทุกด้าน (ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง)

และในแบบก่อสร้างจะมีเเบบรายละเอียดของวัสดุต่างๆ ที่กำหนดให้ใช้ส่วนแบบก็แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม  คือ
– แบบสถาปัตยกรรม : เเสดงผังและชั้นต่างๆ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ
– แบบวิศวกรรม : เเสดงรายละเอียดของงานโครงสร้างและและงานระบบของอาคาร
ในเรื่องของข้อกำหนดต่างๆ จะต้องมีระบุไว้ในแบบก่อสร้าง แล้วก็มักจะเขียนไว้ในแผ่นเเรกๆ ของแบบ เรียกว่า รายการประกอบแบบ (Specification)
ส่วนข้อกำหนดนั้นก็จะมีข้อกำหนดสำหรับงานสถาปัตยกรรม แบ่งเป็นงานโครงสร้างและงานระบบ เเต่วันนี้เราจะพูดถึงข้อกำหนดทางวิศวกรรมกัน เพราะมันย้ากยาก เเต่วันนี้จะทำให้เข้าใจเเน่นอน

เรื่องเเรกในข้อกำหนดทางวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบโครงสร้างจะเป็นคนกำหนดว่าให้ใช้คอนกรีตมีกำลังอัดเท่าไหร่ ใช้เหล็กเสริมสามารถรับเเรงดึงได้เท่าใด เนื่องจากเวลาจะออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก วิศวกรจะต้องออกแบบโดยกำหนดคุณสมบัติรับแรงของทั้งคอนกรีตและเหล็กเสริมใช้ค่าเท่าไหร่ จะก่อสร้างก็ต้องตามที่ออกแบบมา

ในข้อกำหนดคุณสมบัติของเหล็กที่เขียนไว้จะระบุไว้ว่าเหล็กมีกำลังดึงเท่าไหร่ แบ่งเป็น
– เหล็กเส้นกลม หรือเรียกว่า SR
– เหล็กข้ออ้อย หรือเรียกว่า SD (และเหล็กที่เสริมในคอนกรีตที่ออกแบบมักจะเป็นเหล็ก SD-30 = เหล็กข้ออ้อยมีกำลังรับเเรงดึงได้ 3,000 กก. / ตร.ซม.)

สำหรับแบบโครงสร้างบ้านเรือนแบบเราๆ หรืออาคารขนาดเล็ก วิศวกรมักจะกำหนดให้ใช้เหล็ก SD-30 เเต่ถ้าเป็นอาคารใหญ่เเรงกระทำมาก ก็ต้องใช้เหล็กที่มีกำลังเป็น SD-40 กำลังต้านทานสูงขึ้น เรื่องข้อกำหนดแบบในส่วนโครงสร้างเป็นเรื่องที่เราต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เรื่องที่สอง คือการกำหนดกำลังรับเเรงอัดของคอนกรีตที่ให้ใช้ ซึ่งคนทั่วไปมักจะเรียกคอนกรีตว่า “ปูน” และอาจคิดว่ามันเหมือนกันหมด
ความจริงแล้วคอนกรีตมีคุณสมบัติในการรับแรงอัดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของวัสดุที่ผสมเป็นคอนกรีต นั่นก็คือหิน ทราย ซีเมนต์ผง และปริมาณน้ำ โดยเฉพาะซีเมนต์ผงนี่แหละ ซีเมนต์สำหรับการผสมก็มีหลายประเภท เเละบางประเภทก็ไม่เหมาะกับงานโครงสร้าง ใช้ได้กับงานก่ออิฐฉาบผนังเท่านั้น

ยิ่งปัญหาในปัจจุบันเรื่องการขาดแคลนเเรงงาน การใช้เเรงงานเพื่อผสมคอนกรีตด้วยโม่ผสมคอนกรีตจึงมีน้องลง เเต่จะเลือกแบบผสมเสร็จมาแทน หรือที่เรียกกันว่า “ปูนซีเเพค” วิธีนี้ก็ต้องสั่งซื้อตามกำลังอัดของคอนกรีตที่กำหนดในการประกอบแบบ
สิ่งสำคัญสำหรับมือใหม่อย่างเราคือการอ่านข้อกำหนดในแบบเรื่องชนิดของเหล็กเสริมและกำลังอัดของคอนกรีต เพื่อเป็นข้อมูลเจรจากับผู้รับเหมา รับออกแบบบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *